จากผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้น พบว่า พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนนอน คือ การจงใจเลื่อนเวลาเข้านอนเพื่อ "หาเวลาว่าง" ซึ่งพฤติกรรมนี้เรียกว่า "การเลื่อนเวลาเข้านอนเพื่อแก้แค้น" พฤติกรรมนี้ประกอบด้วยการตั้งใจนอนดึก เล่นโทรศัพท์มือถือ ดูซีรีส์ "อีกตอนเดียว" หรือเล่นโซเชียลมีเดีย แม้ว่าจะรู้สึกเหนื่อยและรู้ว่าต้องตื่นเช้าในวันรุ่งขึ้นก็ตาม
วิทยาศาสตร์กล่าวว่าอย่างไร
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Frontiers in Psychology ได้เผยแพร่แนวคิดนี้ โดยแสดงให้เห็นว่าผู้เข้าร่วมการวิจัยจำนวนมากเลือกที่จะเข้านอนดึกโดยไม่มีแรงกดดันจากภายนอก ซึ่งส่งผลเสียต่อเวลานอนโดยรวมของพวกเขา งานวิจัยนี้ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ทางออนไลน์ เน้นย้ำว่าพฤติกรรมนี้เกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับที่แย่ลง ความเหนื่อยล้าในเวลากลางวันที่เพิ่มขึ้น และความรู้สึกโดยรวมที่ไม่ดี นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าบุคคลเหล่านี้ตระหนักดีว่าตนเองนอนหลับไม่เพียงพอ แต่ยังคงเสียสละเวลาพักผ่อนเพื่อ "เวลาส่วนตัว" ของตนเอง
เหตุผลที่เราทำเช่นนี้: วันที่ยุ่งวุ่นวาย ภาระทางจิตใจ
ปฏิกิริยานี้พบได้บ่อยโดยเฉพาะในกลุ่มคนที่วันเวลาวุ่นวาย ควบคุมตารางเวลาได้ยาก หรือมีภาระงานทางจิตใจหนักหน่วง ช่วงเย็นจึงกลายเป็นเวลาเดียวที่พวกเขารู้สึกว่า "ว่าง" อย่างแท้จริง และมักจะหวงแหนเวลานี้โดยยอมเสียสละการนอนหลับ ปัญหาคือ "เวลาที่ขโมยมา" นี้มาพร้อมกับราคาที่สูง: ขาดความตื่นตัว อารมณ์ไม่ดี หงุดหงิด สมาธิสั้น และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าเมื่อการนอนไม่เพียงพอเรื้อรัง
สามคำถามที่จะช่วยตรวจสอบว่าคุณได้รับผลกระทบหรือไม่
เพื่อตรวจสอบว่าคุณกำลังประสบกับปรากฏการณ์นี้หรือไม่ คำถามง่ายๆ สองสามข้อนี้สามารถช่วยได้:
- คุณมักจะนอนดึกโดยไม่มีเหตุผลที่แท้จริงหรือไม่ (ไม่มีงานด่วน ไม่มีภาระผูกพัน)?
- คุณมักจะบอกตัวเองเสมอไหม ว่า "ฉันรู้ว่าฉันควรนอน แต่ฉันก็ยังฝืนทำงานต่อไป" ?
- คุณรู้สึกเหนื่อยล้าในตอนเช้าเมื่อรู้ว่าคุณน่าจะเข้านอนเร็วกว่านี้ใช่ไหม?
หากคำตอบคือใช่สำหรับคำถามเหล่านี้หลายข้อ แสดงว่าพฤติกรรมนี้อาจฝังแน่นแล้ว ข่าวดีก็คือมันสามารถแก้ไขได้: การกำหนดเวลานอนที่แน่นอน การสร้างกิจวัตรที่สงบเงียบโดยปราศจากหน้าจอ และเหนือสิ่งอื่นใด การให้คุณค่ากับการนอนหลับในฐานะความต้องการที่ไม่สามารถละเลยได้ เช่นเดียวกับการกินหรือการหายใจ เป็นขั้นตอนสำคัญในการหลุดพ้นจากพฤติกรรมนี้
ดังนั้น การศึกษาชิ้นนี้จึงย้ำเตือนเราว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดความตั้งใจ แต่เป็นกลไกการชดเชยที่ผิดทิศทาง ซึ่งการบริหารเวลาที่ดีขึ้นและสุขอนามัยการนอนหลับที่สม่ำเสมอสามารถแก้ไขได้
