มีคู่รักหลายคู่ที่ทำทุกอย่างด้วยกันและใช้ชีวิตเหมือนฝาแฝดสยาม ในขณะที่บางคู่ก็เจอกันเพียงช่วงเวลาสั้นๆ และใช้ชีวิตเหมือนเพื่อนร่วมห้อง ดร. จอห์น ก็อตต์แมน ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ผู้ศึกษาเรื่อง "ระยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้ร่วมกัน" กล่าวว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่ระยะเวลา แต่เป็นวิธีการที่คุณใช้เวลาร่วมกัน การเจอกันน้อยลง แต่ใช้เวลาอย่างลึกซึ้ง คือเคล็ดลับของความสุข
ใช้เวลาร่วมกัน 6 ชั่วโมง แต่ไม่ใช่แบบธรรมดาๆ
ดร. จอห์น ก็อตต์แมน ผู้ซึ่งศึกษาเรื่องความรักจากทุกแง่มุมตลอดอาชีพการงานและเน้นการศึกษาเรื่องคู่รักเป็นหลัก ได้ระบุถึงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่คู่รักควรใช้ร่วมกัน สำหรับคู่รักที่จะรักษาความรักให้ยืนยาวและคงความโรแมนติกไว้ได้ตลอดหลายปี พวกเขาควรใช้เวลาร่วมกันสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม การใช้เวลาเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้นมีเทคนิค ไม่ใช่แค่การนอนเคียงข้างกันและ เลื่อนดูหน้าจอ จากคนละฝั่งเตียงเท่านั้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์แนะนำว่า ควรจัดสรรเวลาเหล่านี้อย่างชาญฉลาดตลอดทั้งสัปดาห์ เพื่อให้แต่ละช่วงเวลาเรียบง่ายกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความใกล้ชิด ดังนั้น แทนที่จะรีบออกจากเตียงในตอนเช้าแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมหน้ากัน ลองใช้โอกาสนี้เพื่อยืนยันความรักของคุณอีกครั้ง โดยไม่ต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต แทนที่จะจ้องแต่โทรศัพท์มือถือและส่งรูปเซลฟี่ให้กัน ลองเชื่อมต่อกับคู่ของคุณด้วยการนวดเบาๆ หรือจูบกันอย่างดูดดื่ม ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำถึงคุณภาพของช่วงเวลาเหล่านี้ ช่วงเวลา "จุด ประกาย ความรัก" เหล่านี้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นช่วงเวลาโรแมนติกท่ามกลางตาราง งานบ้าน
ช่วงเวลาสำคัญในตอนเช้า (10 นาทีต่อสัปดาห์)
ช่วงเช้ามักจะเร่งรีบ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เราทานอาหารเช้าไปพร้อมๆ กับแต่งตัวเพื่อประหยัดเวลา และรีบวิ่งเข้าบ้านพร้อมตะโกนว่า "เจอกันคืนนี้นะ!" เราแทบไม่ได้สนใจคู่ของเราเลย แต่ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะพูดคุย เราก็สามารถถามคู่ของเราได้ว่า รู้สึกอย่างไรเมื่อตื่นนอน และมีแผนอะไรสำหรับวันนี้บ้าง "การแสดงความสนใจในอีกฝ่าย แม้เพียงชั่วครู่ ก็เป็นสัญญาณที่มีค่าของการเอาใจใส่" นักจิตวิทยากล่าวอธิบาย
การพบปะสังสรรค์ประจำวัน (1 ชั่วโมง 40 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ 20 นาทีต่อวัน)
เมื่อเรากลับถึงบ้านหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เรามักจะตรงไปที่โซฟาและคิดถึงแต่เรื่องพักผ่อน เราชอบความอบอุ่นของผ้าห่มมากกว่าความอบอุ่นของคนรัก แต่สัญชาตญาณแรกของเราควรเป็นการกอดและจูบคนรักของเราสักหกวินาที (ไม่ต้องจับเวลา) จากนั้นค่อยทบทวนเรื่องราวในแต่ละวันโดยหลีกเลี่ยงการบ่น การได้เชื่อมต่อกันในช่วงเวลาสั้นๆ เหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูความผูกพันหลังจากที่ต้องแยกจากกันมาทั้งวัน
การสนทนาที่มีความหมาย (35 นาทีต่อสัปดาห์)
เราถนัดเรื่องการวิจารณ์มากกว่าการแสดงความรัก เรามักเตือนคนรักของเราว่าพวกเขาไม่ได้เอาขยะไปทิ้ง หรือลืมตากผ้า แต่เราแทบจะไม่เคยชมเชยพวกเขาเลย อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องรอวันวาเลนไทน์เพื่อ ขอบคุณ คนรักของเราที่อยู่เคียงข้าง และมอบดอกไม้ให้พวกเขา ไม่จำเป็นต้องพูดบทพูดที่ยาวเหยียด หรือแสดงฉากจากภาพยนตร์เรื่อง "Notting Hill" เราสามารถพูดง่ายๆ ว่า "ฉันภูมิใจในตัวคุณ" หรือ "คุณมีความหมายกับฉันมากทุกวัน" มันเป็นการแสดงออกที่คุ้มค่า (และเป็นไปในทั้งสองทาง) ความเมตตาเป็นสิ่งที่แพร่กระจายได้
การแสดงความรักใคร่ (35 นาทีต่อสัปดาห์)
แน่นอนว่า ทุกคู่ต่างมีภาษาแห่งความรักของตัวเอง บางคนมองว่าการทะเลาะเบาะแว้งแบบเด็กๆ คือ "ฉันรักคุณ" แบบเงียบๆ ในขณะที่บางคนอาจชอบความอ่อนโยนของการสนทนาจากใจจริง หรือความอบอุ่นของการสัมผัสทางกาย เป้าหมายคือ เพื่อให้ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้น และสร้างความเชื่อมโยงทางความคิดขึ้นมาใหม่ ดังนั้น เราจึงกำหนดให้ตัวเองใช้เวลา 5 นาทีแห่งความอ่อนโยนในแต่ละวัน
ค่ำคืนสุดโรแมนติก (2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์)
และเราไม่ได้พูดถึงช่วงเย็นที่ทุกคนต่างเล่นโทรศัพท์หรือจ้องทีวีอยู่แต่ในห้อง ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารเย็นด้วยกันที่บ้าน การเล่นเกมกระดาน การเดินเล่นใต้แสงจันทร์ หรือการพักผ่อนที่สปา เราแค่ต้องการที่จะได้อยู่ด้วยกัน ห่างไกลจากกิจวัตร " เดินทางไปทำงาน ทำงาน นอน "
ทบทวนชีวิตรักของคุณ (สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง)
นักจิตวิทยาบางคนแนะนำให้จัด "คืนระบายอารมณ์" เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจาก "ความกดดัน" และป้องกันไม่ให้อารมณ์ระเบิดออกมา อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้อง "สุดโต่ง" ขนาดนั้น คุณอาจจะนั่งล้อมวงกันพร้อมของว่าง (เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ) และระดมความคิดเกี่ยวกับเรื่องความรักของคุณก็ได้ ลองทำ "โหลแห่งอารมณ์" ดูไหม? ผลัดกันหยิบกระดาษออกมาทีละแผ่นแล้วพูดคุยถึงความรู้สึกของคุณ มันน่ารื่นรมย์กว่าการทะเลาะกันเสียงดังในห้องนั่งเล่นและทำให้คนทั้งละแวกบ้านได้ยินเสียงทะเลาะกันอย่างแน่นอน
การจัดสรรเวลาคุณภาพหกชั่วโมงกับคู่รักของเรา จะช่วยให้ความสัมพันธ์กลับมาเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของเราโดยไม่ทำให้กันและกันอึดอัด ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูความสงบสุขในบ้านและเสริมสร้างความรักของเราให้แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน
